Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

โดย ศจ.สยาม  ม่วงศักดิ์ เลขาธิการสภาคริสตจักรในประเทศไทย

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นความต้องการของทุกคริสตจักร องค์การ หรือแม้กระทั่งประเทศชาติ

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน หมายความว่าอย่างไร?

–   การมีเป้าหมายอย่างเดียวกัน

–   การมีความเชื่ออย่างเดียวกัน

–   ความร่วมมือร่วมใจในการทำงานเพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นสิ่งดีหรือไม่?

พระธรรมสดุดี 133:1 “ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วนกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดี และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด”

ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นการดี และน่าชื่นใจ

ความไม่เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เป็นสิ่งที่ไม่ดี และไม่น่าชื่นใจ

สดุดี 133 นักวิชาการหลายท่านให้ความเห็นว่า กษัตริย์ดาวิดเป็นผู้ประพันธ์ กษัตริย์ดาวิดเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีประเทศอิสราเอลมา ท่านเป็นเพียงเด็กเลี้ยงแกะกลางทุ่งนาที่พระเจ้าทรงเลือกและทรงเรียกให้เป็นกษัตริย์ของชนชาติอิสราเอล ท่านเป็นกษัตริย์นักรบ รบที่ไหนชนะหมด     มีอาณาเขตกว้างใหญ่   แต่น่าเสียใจที่ท่านล้มเหลวในการปกครองครอบครัว ครอบครัวแตกแยก   นั่นเป็นเพราะท่านได้กระทำความบาปต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ด้วยการทำผิดพระบัญญัติ ล่วงประเวณีผัวเมียเขา เอาภรรยาของเพื่อนบ้านมาเป็นภรรยาของตน อีกทั้งท่านมีภรรยาหลายคน ทั้งลูก และภรรยาเหล่านั้นก็ทะเลาะเบาะแว้งกัน ลูกที่เกิดกับภรรยาคนหนึ่งก็หลับนอนกับภรรยาอีกคนหนึ่ง    (2 ซามูเอล 16:20-22) พี่จะข่มขืนน้องสาวต่างมารดา พี่ฆ่าน้องต่างมารดา (2 ซามูเอล บทที่ 13-14) ลูกจะฆ่าพ่อคือกษัตริย์ดาวิด (2 ซามูเอล บทที่ 15-18)

กษัตริย์ดาวิดประพันธ์เพลงนี้ เมื่อยืนอยู่ระเบียบหน้าต่างพระราชวังมองออกไปเห็นชาวอิสราเอลเดินจูงมือถือแขนระหว่างพ่อแม่ไปยังพระวิหาร เพื่อนมัสการพระเจ้า เป็นภาพครอบครัวที่มีความรัก ความอบอุ่น เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ชื่นใจเป็นอย่างยิ่ง  แต่ตรงกันข้ามกับครอบครัวของตนเอง มีแต่การทะเลาะเบาะแว้ง ชิงดี ชิงเด่น อยากเป็นใหญ่ เป็นโต คิดแล้วเศร้า น้ำตาไหล      ท่านจึงพูดว่า “ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดี และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด”

ซาตานเป็นผู้ที่ขัดขวางพระเจ้า โดยเฉพาะการทำให้คนของพระเจ้าแตกแยก ซาตานทำงาน    24 ชั่วโมง และพยายามทุกวิถีทางที่จะสร้างความแตกแยกในทุกที่ที่มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

กษัตริย์ดาวิดได้เปรียบภาพความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันใน พระธรรมสดุดี 133:1-3 ไว้ 2 ภาพ

ภาพที่ 1 ข้อ 2 เป็นภาพการเจิมตั้งปุโรหิต คือ อาโรน ผู้เจิมตั้งคือโมเสส อาโรนเป็นพี่ชายของโมเสส แต่คุกเข่าให้น้องชายทำพิธีแต่งตั้ง ภาพที่ปรากฏจึงเป็นภาพของการยอมถ่อมตัวลงร่วมรับใช้ น้ำมันหอมที่ใช้ในการเจิมจึงไหลลงจากศีรษะ มาหนวด เครา และร่างกายจรดปลายเท้า ทำให้เกิดกลิ่นหอมฟุ้งกระจาย แต่ถ้าอาโรนซึ่งเป็นพี่ไม่ยอมน้อง ภาพนี้ก็จะไม่เกิดขึ้น

ภาพนี้ ข้าพเจ้าเห็นว่าการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน จะเกิดขึ้นได้ทุกคนในคริสตจักร / องค์การจะต้องยอม ถ่อมตัว ถ่อมใจ ร่วมกันรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้า แม้เราจะมีวัยวุฒิ / คุณวุฒิสูงกว่า พระเจ้าทรงให้     ทุกคนร่วมรับใช้ตามขนาดของประทานที่ได้รับ

ท่านเปาโล ได้อธิบายให้เห็นถึงความสำคัญของทุกคนที่ร่วมรับใช้ในพระวรกายของ     พระเยซูคริสต์ (1 โครินธ์ 12:12-27)

ภาพที่ 2 ข้อ 3 เป็นภาพน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน ที่อยู่ตอนเหนือของประเทศอิสราเอล   ไหลมารวมกันบนภูเขาศิโยน เป็นที่มาของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งใช้หล่อเลี้ยงทั้งคน พืช สัตว์ ในประเทศที่แห้งแล้ง เช่นอิสราเอล

น้ำค้างหยดเล็กๆ หยดเดียวไม่มีค่า ไม่มีพลัง แต่น้ำค้างหยดเล็กๆ หลายหยดมาหลอมรวมกันก็กลายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่มีคุณค่า มีพลัง เป็นประโยชน์ต่อผู้อื่น ทั้งมนุษย์ พืช และสัตว์ ทำให้แผ่นดินที่แห้งแล้ง เกิดความสดชื่น มีชีวิตชีวา  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญของการเป็นน้ำหนึ่ง       ใจเดียวกันคือ “คน”

พระเยซูคริสต์ทรงตระหนักถึงความสำคัญของการเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน พระองค์จึงทรงอธิษฐาน ทูลขอต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า ในพระธรรมยอห์น 17:1-26

ยอห์น 17:1-5          อธิษฐานเพื่อพระองค์ จะเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระบิดา

ยอห์น 17:6-19        อธิษฐานเพื่อโลก ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ยอห์น 17:20-26      อธิษฐานเพื่อสาวก ให้มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

มีคริสตจักรแห่งหนึ่ง มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการรับใช้องค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างยิ่ง    วันหนึ่ง ผู้นำคริสตจักร 2 คน เกิดขัดแย้งกัน และผลการขัดแย้งได้ขยายไปสู่ครอบครัวของทั้งสอง และขยายไปสู่เพื่อนของทั้งสองคน และขยายผลไปทั่วทั้งคริสตจักร แรกๆ ก็เพียงแต่เกิดเหตุการณ์ว่า ถ้าผู้นำคนหนึ่งได้นำ หรือเทศนา หรือมีบทบาทในคริสตจักร อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่เข้าร่วม ต่อมาก็กลายเป็นไม่มาคริสตจักรเลย

ความทุกข์ก็เกิดขึ้นกับศิษยาภิบาล จะทำอย่างไร เทศนาเรื่องความรักก็แล้ว เทศนาเรื่องความเป็นเอกภาพก็แล้ว จนไม่รู้จะหาเรื่องอะไรมาเทศนา สมาชิกก็ยังไม่ยอมกลับเข้ามาคริสตจักร จึงได้อธิษฐานทูลขอการช่วยเหลือจากองค์พระผู้เป็นเจ้า

ศิษยาภิบาลจึงเขียนจดหมายเชิญสมาชิกทุกคนให้มาร่วมนมัสการพระเจ้า เพื่อไว้อาลัยให้ “สมาชิกที่เรารัก” ซึ่งได้ล่วงหลับไป เมื่อสมาชิกทุกคนได้รับจดหมายก็สอบถามกันว่า “สมาชิกที่เรารัก” คือใครได้ล่วงหลับไป แต่ไม่มีผู้ใดสามารถให้คำตอบได้

พอถึงวันอาทิตย์ทุกคนก็ไปคริสตจักร แต่ไม่ยอมทักทายซึ่งกันและกัน ศิษยาภิบาลเทศนาก็ไม่ตั้งใจฟัง เมื่อเทศนาจบ ศิษยาภิบาลก็เชิญสมาชิกให้ออกมาคารวะที่โลงศพ ซึ่งตั้งไว้หน้าธรรมมาสทีละคน จนถึงคนสุดท้าย

ศิษยาภิบาลจึงถามว่า ท่านได้คารวะผู้ที่เรารัก ซึ่งได้ล่วงหลับไปหรือยัง ปรากฏมีชายคนหนึ่งลุกขึ้นพูดด้วยเสียงดังว่า “ไม่เห็นมีใครในโลงศพ มีแต่หน้าของผมในนั้น” ศิษยาภิบาลจึงตอบว่า “คริสตจักรของเราคือท่านทั้งหลาย หากท่านแตกแยก และไม่มีใครมาโบสถ์ เราก็ควรปิดโบสถ์มิใช่หรือ” และขยายความต่อไปอีกพอสมควร

สมาชิกได้ฟังก็ร้องไห้ หันหน้าเข้าหากัน ให้อภัยซึ่งกันและกัน และคงความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

ขอต้อนรับพี่น้องทุกท่านที่มาร่วมนมัสการในเช้าวันนี้ หวังว่าท่านจะได้สัมผัสถึงการทรงสถิตอยู่ด้วยของพระเจ้า ได้รับการหนุนใจ ได้สามัคคีธรรมกับพี่น้อง ได้รับใช้และได้รับการท้าทายในการดำเนินชีวิตที่จะเป็นพระพรแก่ผู้อื่นต่อไป %%%  

สามัคคีธรรม ครอบครัวบุณยเกียรติ+สุจินดา ขอเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมนมัสการขอบพระคุณพระเจ้า ในบ่ายวันนี้เวลา 16.30 น. ณ ห้องจันทร์เป็งฯ อาคารพันธกิจ  %%% 

ประชุม ทีมทำพันธกิจบารนาบัสทุกท่าน พบกันวันนี้เวลา 12.00-15.30 น. ณ ห้องจันทร์ตา อาคารเอกสัมพันธ์ เพื่อร่วมรับการอบรม เสริมทักษะ ปรึกษาแนวทางการทำพันธกิจ  %%%

ดนตรี ในระหว่างวันจันทร์ที่ 19 – พุธที่ 21 ตุลาคม 2009 แผนก

ดนตรีคริสตจักร เดินทางไปจัดค่าย “Music Camp on Tour” ขึ้น ณ คริสตจักรลาหู่ อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ขอพี่น้องทุกท่านได้อธิษฐานเผื่อการจัดค่าย และผู้เข้าร่วมค่ายทุกๆ คน  %%%

รับบริจาค พี่น้องท่านใดที่มีหนังสือหรือวรรณกรรมคริสเตียนที่อ่านแล้วจะมอบให้ห้องสมุดคริสจักรฯ กรุณาติดต่อ อ.มีเรียม ปู่เยาะ หรือ ผป.รัชนี รัตตศิริ  %%%  ยังมีหวัง โครงการ “ยังมีหวัง” จะทำการอบรม วิธีการทำพันธกิจ ในวันอาทิตย์ที่ 15 พฤศจิกายน 2009 ณ ห้องอนุชน อาคารเอกสัมพันธ์ พี่น้องท่านใดสนใจสามารถเข้าร่วมอบรมเพื่อเสริมทักษะการเป็นพยานด้วยวิธีง่ายๆ ได้  %%% 

อนุชน คณะอนุชน ขอรับบริจาคเสื้อผ้า หรือของใช้เก่าสภาพดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไป เพื่อนำไปขายนำรายได้สมทบค่าเครื่องปรับอากาศห้องอนุชน กรุณานำมามอบให้ที่สำนักงานคริสตจักรหรือห้องอนุชน…ขอเชิญซื้อซีดีอัลบั้ม Sing Out เพลง Acappella คริสเตียน ขับร้องโดยคณะนักร้องคริสตจักรสามัคคีธรรมเชียงใหม่ ราคา 100 บาท ที่บ้านหนังสือ  %%% 

ซ่อมแซมโบสถ์ ขอเชิญชวนสมาชิกคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ และผู้มีพันธะใจ รับสัญญาถวาย-ร่วมมอบถวายทรัพย์ และอธิษฐานเผื่อการซ่อมแซมพระวิหาร ที่กำลังทรุดโทรมตามกาลเวลา  %%% 

บัตรสมาชิกสุขภาพ สมาชิกท่านใดที่ยื่นทำบัตรสมาชิกสุขภาพของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ติดต่อขอรับบัตรได้ที่สำนักงานคริสตจักรฯ  %%%

อธิษฐาน หน่วยงานคริสเตียนสัมพันธ์ประเทศไทย, อวยพรประเทศไทย(เชียงใหม่) Rise up Thailand IHOP-KC ขอเชิญร่วมประชุมนมัสการและอธิษฐานวิงวอน ในงาน “IHOP-KC Holy Spirit Conference” ในวันพฤหัสบดีที่ 29 – วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2009 เวลา 18.00-21.30 น. และประชุมสัมมนาผู้นำคริสเตียน ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม เวลา 13.30-17.00 น. ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 053-404046, 089-7583537  %%% 

ดาราฯ โรงเรียนดาราวิทยาลัย เปิดรับสมัครนักเรียน ปีการศึกษา 2553 ชั้นอนุบาล 1-3, ประถมศึกษาปีที่ 1  และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำหน่ายและยื่นใบสมัครวันที่ 10 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม 2009 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำหน่ายและยื่นใบสมัครวันที่ 4 – 15 มกราคม 2010 ชั้นอื่นๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ห้องเลขานุการผู้อำนวยการ หรือโทร.053-241039, 244654, 300437-8  %%% 

PRC สมาคมนักเรียนเก่าปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย ร่วมกับโรงพยาบาลแมคคอร์มิค โรงเรียนโปลิเทคนิคลานนา และธนาคารอาคารสงเคราะห์ เชียงใหม่ จัดให้บริการด้านสุขภาพ อบรมวิชาช่าง ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้า เลี้ยงอาหารกลางวัน มอบผ้าห่มกันหนาว ให้แก่นักเรียนและประชาชน ณ โรงเรียนบ้านแม่ปาคี ต.สันทราย อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา  %%%

งานรออยู่ โรงพยาบาลแมคคอร์มิค มีความประสงค์รับสมัครเจ้าหน้าที่การเงิน 2 ตำแหน่ง เลขานุการ 1 ตำแหน่ง ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บอร์ดหน้าห้องภาวนาอธิษฐาน…โรงเรียนพันธสัญญา (โรงเรียนเยาวลักษณ์เดิม) อ.หางดง จ.เชียงใหม่ รับสมัครครูคริสเตียน สอนในระดับประถมศึกษา 1-6 ท่านใดสนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร.085-5268573 %%%

กำลังใจ โปรดเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และอธิษฐานเผื่อพี่น้องในพระคริสต์ที่เจ็บป่วย ที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และที่โรงพยาบาลซึ่งคริสตจักรทราบดังนี้ โรงพยาบาลแมคคอร์มิคมี คุณเสะดา วิทยาวัฒนากุล (CCU 06) คุณหทัยทิพย์ ตาแส่ง (ตึก HN2 209) คุณทัศนียา วงศ์จันทร์ (ตึก O3 320) คุณเสาวณีย์ วรศิลป์ (ตึก PA6 1607) พญ.อุษณีย์พร ศรีมินิพันธ์ (ตึก PA7 1703) Mr.Comeilis  Riensira (ตึก HN2 223) Mr.Hohiwegler Peter (ICU 03) ด.ญ.ธารพระพร มาธุรสรสวรรค์ (ตึก PA4 1415) ด.ญ.ทวีพร เปรมตั้งธนา (ตึก PA5 1509)

“เหตุฉะนั้นถ้าผู้ใดอยู่ในพระคริสต์

ผู้นั้นก็เป็นคนที่ถูกสร้างใหม่แล้ว

สิ่งสารพัดที่เก่าๆ ก็ล่วงไป

นี่แนะกลายเป็นสิ่งใหม่ทั้งนั้น

อ่านต่อ »

โดย ศจ.บุญญวัฒน์  มโนปัน

วันอาทิตย์นี้ เป็นอาทิตย์แรกของเทศกาลพระบิดา ตลอดเทศกาลนี้เราจะตระหนักและระลึกถึงพระราชกิจอันมีพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้า ที่พระองค์ดำรงเป็นพระบิดาผู้ทรงฤทธิ์ที่สุด ผู้ทรงสร้างฟ้าสวรรค์ และแผ่นดินโลก พระองค์ผู้ทรงสร้างสรรพสัตว์สรรพสิ่งทั้งหลาย

พระองค์เป็นแหล่งแห่งชีวิต ผู้ทรงสร้างมวลมนุษยชาติตามพระฉายาของพระองค์ ให้บรรดาผู้เชื่อเป็นครอบครัวเดียวกัน โดยพิธีมหาสนิทซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียว ผ่านทางพระโลหิตและพระกายของพระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระองค์

ในเทศกาลพระบิดา เราจึงเปลี่ยนม่านในพระวิหารเป็นสีเขียว เล็งถึง “ชีวิตใหม่” ชีวิตที่ครบบริบูรณ์   ดังพระเยซูตรัสว่า “ขโมยนั้นย่อมมาเพื่อจะลักและฆ่าและทำลายเสีย เราได้มาเพื่อเขาทั้งหลายจะได้ชีวิต และจะได้อย่างครบบริบูรณ์” (ยอห์น 10:10)

สิ่งที่ใหญ่ในประวัติศาสตร์ของมวลมนุษยชาติ คือพระเจ้าพระบิดาได้สำแดงความรักอันมั่นคง ด้วยการกอบกู้มนุษยชาติ และชีวิตของเราทั้งหลายให้พ้นจากความผิดบาป ความตาย และรับชีวิตนิรันดร์ โดยทาง    พระเยซูคริสต์เจ้า ผู้ทรงเป็นองค์พระเมษโปดก ยอมรับเอาความบาปและความตายแทนมนุษย์ แทนท่านและข้าพเจ้า

พระคัมภีร์บันทึกว่า

“จงดูพระเมษโปดกของพระเจ้า

ผู้ทรงรับความผิดบาปของโลกไปเสีย…

เพราะว่าพระเจ้าทรงให้พระบุตรเข้ามาในโลก

มิใช่เพื่อพิพากษาลงโทษโลก

แต่เพื่อช่วยกู้โลกให้รอดโดยพระบุตรนั้น” (ยอห์น 1:29,3:17)

นี้คือข่าวดีที่มาถึงเราทั้งหลาย และยังมวลมนุษยชาติ ถ้าเช่นนั้นเราจะตอบสนองพระเดชพระคุณขององค์พระผู้เป็นเจ้าอย่างไร?  วันนี้เราจะมาดูชีวิตของผู้รับใช้พระเจ้าท่านหนึ่งที่ได้ตอบสนองการทรงเรียก และตอบสนองพระคุณของพระเจ้า โดยการประกาศข่าวประเสริฐเรื่องความรอดที่มาจากพระเยซูคริสต์เจ้า ผู้รับใช้พระเจ้าคนนี้ชื่อฟีลิป

พระวจนะของพระเจ้าตอนที่เราได้อ่านร่วมกันนั้นได้ชี้ให้เราพบ…

1) การดำเนินชีวิตของฟีลิป คุณหมอลูกาได้บันทึกชีวิตของท่านไว้ในพระคัมภีร์กิจการ 6:3 ฟีลิปเป็นคนที่มีชื่อเสียงดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และมีสติปัญญา สิ่งเหล่านี้ก็ได้สะท้อนให้เราเห็นแล้วว่าชีวิตของ ฟีลิปเป็นที่ชอบพอต่อน้ำพระทัยของพระเจ้า เขาได้รับใช้พระเจ้าอย่างมีความกระตือรือร้น พึ่งพาองค์        พระวิญญาณบริสุทธิ์ ชีวิตของฟีลิปได้สำแดงถึงผลของพระวิญญาณ ดังอ.เปาโลกล่าวไว้ในพระคัมภีร์กาลาเทีย 5:22 ว่า “ฝ่ายผลของพระวิญญาณนั้นคือความรัก ความปลาบปลื้มใจ สันติสุข ความอดกลั้นใจ ความปรานี ความดี ความสัตย์ซื่อ” ไม่เพียงแต่เท่านั้น ฟีลิปยังเป็นผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า เพราะการยำเกรงพระเจ้าเป็นบ่อเกิดแห่งสติปัญญาและความรอบรู้ มีการแยกสิ่งผิด สิ่งถูก และเลือกตัดสินใจดำเนินชีวิตในทางที่ถูกและชอบธรรม  ในสายพระเนตรของพระเจ้า

ดังนั้นพระคัมภีร์ตอนนี้และชีวิตของฟีลิปได้หนุนใจเราทั้งหลายให้ดำเนินชีวิต โดยอาศัยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ มีความยำเกรงพระเจ้า กระทำสิ่งที่ดีงาม และเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงดี “ดังนั้น เจ้าจงหาความพอใจ และชื่อเสียงดีในสายพระเนตรพระเจ้า และในสายตามนุษย์” (สุภาษิต 3:4)

2) การทำพันธกิจของฟีลิป ซึ่งเวลานั้นคริสตจักรในกรุงเยรูซาเล็มเผชิญกับปัญหา ความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน อีกทั้งการดูแลสมาชิกคริสตจักรไม่ทั่วถึง มีบางกลุ่มได้รับการดูแลเป็นพิเศษ และบางกลุ่มไม่ได้รับการเอาใจใส่

เพื่อการดูแล และการอภิบาลคริสตจักรให้ทั่วถึง ครอบคลุมทุกๆ ด้าน ทั้งร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ พวกอัครทูตจึงแต่งตั้งสเทเฟน ฟีลิป และคนอื่นๆ รวม 7 คนในการช่วยกันดูแลคริสตจักร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีชื่อเสียงดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีสติปัญญา

เราทั้งหลายผู้เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์ พระเจ้าได้แต่งตั้งเราทั้งหลายให้เป็นผู้ดูแลคริสตจักรและแบกภาระของกันและกันในคริสตจักรของพระเยซูคริสต์  พระวจนะของพระเจ้าได้หนุนใจเราทั้งหลายให้เราเอาใจใส่

ทั้งพระวจนะของพระเจ้าและการแจกทานอย่างทั่วถึงทุกคนทุกกลุ่ม เราจะละเลยสิ่งหนึ่งสิ่งใดก็ไม่ได้ การศึกษาพระวจนะของพระเจ้า การอธิษฐานและการทำพันธกิจต้องทำควบคู่กันไป

คริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ของเรามีสมาชิกไม่น้อยกว่าหนึ่งพันคน แน่นอนที่สุด ถ้าคนหนึ่งคนใดของคริสตจักร หรือแผนกหนึ่งแผนกใดในคริสตจักรจะดูแลสมาชิกทั้งหมดคงไม่ทั่วถึงอย่างแน่นอน

เหตุฉะนั้น การที่สมาชิกทุกคนหรือเราทั้งหลายจะตระหนักถึงการนำของประทาน ตะลันต์ วันเวลา และความสามารถจากพระเจ้ามารับใช้ร่วมกัน ดูแลเอาใจใส่ หนุนใจ แบกภาระงานพันธกิจร่วมกัน และเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่กันและกัน ก็เป็นสิ่งที่น่าชื่นใจ และเป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัยอย่างแน่นอน เหมือนดังฟีลิปได้ดูแลคริสตจักรในเวลานั้น

3) การประกาศข่าวดีเรื่องพระคริสต์ของฟีลิป นอกจากฟีลิปจะรับใช้ดูแลในงานพันธกิจในด้านต่างๆ เช่น การแจกทานแก่ผู้ยากจน หญิงม่าย เด็กกำพร้าแล้ว สิ่งหนึ่งที่ฟีลิปได้กระทำคือ ท่านได้สัตย์ซื่อต่อพระมหาบัญชาของพระเยซู คือการทำพันธกิจนำคนพบกับความรักของพระเจ้าพระเยซูคริสต์

พระวจนะของพระเจ้าตอนที่เราได้อ่านไปแล้วนั้น เป็นตอนที่ฟีลิปได้แบ่งปันข่าวประเสริฐ ความรัก   ความรอดของพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งเป็นพระเมษโปดก ผู้ยอมตายรับเอาความบาปผิดของมนุษย์ไป ฟีลิปได้อธิบายความจริง และประกาศความจริงนี้กับขันทีชาวเอธิโอเปีย ผู้ซึ่งมานมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็ม

พระเจ้าทรงนำฟีลิปให้พบกับขันทีที่เมืองกาซา ในถนนเขตทะเลทราย ซึ่งกำลังเดินทางกลับเอธิโอเปีย (คำว่าเอธิโอเปีย ไม่ได้หมายถึงประเทศเอธิโอเปียในปัจจุบัน แต่เป็นเมืองที่อยู่ทางตอนใต้ประเทศอียิปต์)

การที่ขันทีท่านนี้มานมัสการพระเจ้าที่กรุงเยรูซาเล็ม เป็นข้อสังเกตที่น่าสนใจยิ่ง อาจเป็นเพราะว่าเขา  ไม่พบพระเจ้าที่แท้จริงในประเทศของเขา ดังจะเห็นได้จากพระราชินีแห่งเอธิโอเปียได้ถวายลูกตัวเองในฐานะ    ลูกแห่งพระอาทิตย์

อย่างไรก็ตาม ฟีลิปได้นำขันทีผู้นี้พบกับองค์พระเยซูคริสต์ พระเจ้าองค์พระผู้ช่วยให้รอด และขันทีก็ตัดสินใจรับบัพติสมาที่แม่น้ำ

พันธกิจด้านการนำคนมาพบกับความจริง ความรอด และความรักในพระเยซูคริสต์ เป็นพระประสงค์ของพระเจ้าที่พระองค์ทรงมีต่อชีวิตของเรา เพราะว่าพระองค์ไม่ต้องการให้ผู้หนึ่งผู้ใดต้องพบกับความพินาศ

แต่พระองค์มีน้ำพระทัยให้มนุษย์ทุกคนได้พบกับความชื่นชมยินดี ชีวิตนิรันดร์ และความรอด โดยทางพระเยซูคริสต์

ดังนั้นเอง พันธกิจหลักคริสเตียน นอกจากเราจะรับใช้พระเจ้าตามของประทาน ถวายทรัพย์         มานมัสการอย่างสม่ำเสมอ อธิษฐาน เฝ้าเดี่ยว อีกสิ่งหนึ่งที่เขาขาดเสียไม่ได้ คือการแบ่งความรักของพระคริสต์กับผู้ที่ท้อแท้ใจ ผู้ที่แสวงหาความจริงของชีวิต ผู้ที่ยังไม่รู้จักพระองค์

พ่อ แม่ พี่น้องที่เคารพรักทุกท่าน พระวจนะของพระเจ้าทรงชี้ให้เราเห็นชีวิตของผู้รับใช้พระเจ้าในอดีต ซึ่งมีชื่อเสียงดี ประกอบด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ และมีสติปัญญา ดำเนินชีวิตด้วยความถ่อมใจไปกับพระเจ้า อย่างเช่นฟีลิปและผู้รับใช้พระเจ้าคนอื่นๆ

พันธกิจสำคัญที่เราไม่สามารถมองข้ามหรือละเลยได้ คือ การอธิบายความจริง แบ่งปันความรักของ  พระเยซูคริสต์ให้กับคนรอบข้าง และนำคนมาพบพระคริสต์

แต่ถ้าเรารู้สึกว่ายังมีข้อจำกัดอยู่ในการพูดหรือแบ่งปันเรื่องของพระเจ้า พี่น้องทุกท่านสามารถเชิญชวนเพื่อน หรือนำเพื่อนเข้าสู่โครงการ “ยังมีหวัง” (My Hope) รายการนี้จะช่วยท่าน นำท่านและเพื่อนของท่านรู้จักกับองค์พระคริสต์อย่างแน่นอน

พระคัมภีร์ได้หนุนใจเราว่า

“แต่ผู้ที่ยังไม่เชื่อในพระองค์

จะทูลขอต่อพระองค์อย่างไรได้

และผู้ที่ยังไม่ได้ยินถึงพระองค์

จะเชื่อในพระองค์อย่างไรได้

และเมื่อไม่มีผู้ใดประกาศให้เขาฟัง

เขาจะได้ยินถึงพระองค์อย่างไรได้

ฉะนั้นความเชื่อเกิดขึ้นได้ ก็เพราะการได้ยิน

และการได้ยินเกิดขึ้นได้ก็เพราะการประกาศพระคริสต์” (โรม 10:14,17)

ยินดีต้อนรับพี่น้องทุกท่านที่มานมัสการพระเจ้าด้วยกันในเช้าวันนี้ ซึ่งมีศาสนาจารย์สยาม  ม่วงศักดิ์ เลขาธิการสภาคริสตจักรในประเทศไทย เป็นผู้เทศนา…และอย่าลืมที่จะทักทาย หนุนใจ อธิษฐานเผื่อซึ่งกันและกัน และทูลขอการทรงนำในการดีทุกทางจากพระผู้เป็นเจ้าสำหรับสัปดาห์ใหม่ที่จะมาถึง ขอพระเจ้าอวยพระพร ทรงนำพี่น้องในพระคริสต์ทุกท่าน จนกว่าจะกลับมาพบกันใหม่อีกครั้งในวันอาทิตย์หน้า %%%

สามัคคีธรรม ลูก หลานคุณตาจำทูล-คุณยายไพฑูรย์ รัตนัย ขอเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมนมัสการพระเจ้าเนื่องในโอกาสระลึกถึงท่านทั้งสอง ในบ่ายวันนี้เวลา 16.30 น. ณ ห้องจันทร์เป็งฯ อาคารพันธกิจ  %%% 

สมาชิกใหม่ คริสตจักรฯ ขอต้อนรับสมาชิกสำรอง ที่บิดามารดาได้นำมารับบัพติสมาในเช้าวันนี้ คือ ด.ญ.สัตตบงกช สิทธิยศ บุตรสาว คุณพัทธ-พัทธนันท์ สิทธิยศ ขอพระเจ้าอวยพรหนูน้อยให้เจริญเติบโตขึ้นสู่ความไพบูลย์ของพระคริสต์ทุกวัน  %%%

ดนตรี แผนกดนตรีคริสตจักร จัดค่าย “พัฒนาศักยภาพทีมดนตรีคริสตจักร” ขึ้น ในระหว่างวันจันทร์ที่ 12 – อังคารที่ 13 ตุลาคม 2009 ณ ตาดปลาแคมป์ อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ ขอพี่น้องทุกท่านได้อธิษฐานเผื่อการจัดค่าย และผู้เข้าร่วมค่ายทุกๆ คน  %%% 

อนุชน คณะอนุชน ขอรับบริจาคเสื้อผ้า หรือของใช้เก่าสภาพดี ที่จะเป็นประโยชน์ต่อไป เพื่อนำไปขายนำรายได้สมทบค่าเครื่องปรับอากาศห้องอนุชน กรุณานำมามอบให้ที่สำนักงานคริสตจักรหรือห้องอนุชน…ขอเชิญซื้อซีดีอัลบั้ม Sing Out เพลง Acappella คริสเตียน ขับร้องโดยคณะนักร้องคริสตจักรสามัคคีธรรมเชียงใหม่ ราคา 100 บาท ที่บ้านหนังสือ  %%% 

ซ่อมแซมโบสถ์ ขอเชิญชวนสมาชิกคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ และผู้มีพันธะใจ รับสัญญาถวาย-ร่วมมอบถวายทรัพย์ และอธิษฐานเผื่อการซ่อมแซมพระวิหาร ที่กำลังทรุดโทรมตามกาลเวลา  %%%

บัตรสมาชิกสุขภาพ สมาชิกท่านใดที่ยื่นทำบัตรสมาชิกสุขภาพของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ติดต่อขอรับบัตรได้ที่สำนักงานคริสตจักรฯ  %%% 

แมคคอร์มิค โรงพยาบาลแมคคอร์มิค ขอเชิญผู้สนใจทุกท่านร่วมสัมมนาเรื่อง “รู้ทันมฤตยูร้าย..โรคหลอดเลือดหัวใจ” ในวันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม 2009 เวลา 08.30-12.00 น. ณ ห้องประชุมตึกหลวงอนุสารสุนทร สำรองที่นั่งได้ที่แผนกการตลาด โทร.053-921777 ต่อ 1430, 1431, 1434  %%% 

อธิษฐาน หน่วยงานคริสเตียนสัมพันธ์ประเทศไทย, อวยพรประเทศไทย(เชียงใหม่) Rise up Thailand IHOP-KC ขอเชิญร่วมประชุมนมัสการและอธิษฐานวิงวอน ในงาน “IHOP-KC Holy Spirit Conference” ในวันพฤหัสบดีที่ 29 – วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม 2009 เวลา 18.00-21.30 น. และประชุมสัมมนาผู้นำคริสเตียน ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม เวลา 13.30-17.00 น. ณ โรงแรมเชียงใหม่ภูคำ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 053-404046, 089-7583537  %%%

ดาราฯ โรงเรียนดาราวิทยาลัย เปิดรับสมัครนักเรียน ปีการศึกษา 2553 ชั้นอนุบาล 1-3, ประถมศึกษาปีที่ 1  และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำหน่ายและยื่นใบสมัครวันที่ 10 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม 2009 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จำหน่ายและยื่นใบสมัครวันที่ 4 – 15 มกราคม 2010 ชั้นอื่นๆ ติดต่อสอบถามได้ที่ห้องเลขานุการผู้อำนวยการ หรือโทร.053-241039, 244654, 300437-8 %%%

กำลังใจ โปรดเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และอธิษฐานเผื่อพี่น้องในพระคริสต์ที่เจ็บป่วย ที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และที่โรงพยาบาลซึ่งคริสตจักรทราบดังนี้ โรงพยาบาลแมคคอร์มิคมี ศจ.สมนึก จาริเพ็ญ (ตึก M2 38) คุณสุภารัตน์ สืบสกุลพิพัฒน์ (ตึก HN3 389) คุณอำไพ ปอรอ (ตึก O3 320) คุณศศิธร ปู่เงิน (ตึก O3 312) คุณยอดรัก บุญเปี่ยมโชค (ตึก PA2 1236) Mr.Sai Aung Naing Htoo (ตึก HN2 234) คุณประไพศรี ชัยประสิทธิ์กุล (ตึก PA7 1708) คุณต๋งจื้อ แซ่จ้าว (ตึก PA6 1611) ด.ญ.ศิริกมล ดาวเรือง (ตึก PA6 1603) ด.ช.พรณภัทร พงษ์กลาง (ตึก PA4 1418) ด.ญ.พิชญ์สิณี ดวงคำ (ตึก PA4 1412) ด.ช.ศิริชัย ศิริพนาสกุล (ตึก PA5 1501) ด.ญ.หทัยชนก นาวานุภาพ (ตึก PA5 1506) ด.ช.พันธสัญญา รุ่งโรจน์สถาพร (ตึก PA5 1510) ด.ช.กันตินันท์ สารใจ (ตึก PA5 1502) ด.ช.วชิราวุธ เรือนเที่ยง (ตึก PA6 1602)

“ดูเถิด ซึ่งพี่น้องอาศัยอยู่ด้วยกันเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน ก็เป็นการดี และน่าชื่นใจมากสักเท่าใด

เหมือนน้ำมันประเสริฐอยู่บนศีรษะไหลอาบลงมาบน  หนวดเครา บนหนวดเคราของอาโรน

ไหลอาบลงมาบนคอเสื้อของท่าน เหมือนน้ำค้างของภูเขาเฮอร์โมน

ซึ่งตกลงบนเทือกเขาศิโยน เพราะว่าพระเจ้าทรงบังคับบัญชาพระพรที่นั่น

คือชีวิตจำเริญเป็นนิตย์”

อ่านต่อ »

โดย ศจ.ภักดี  วัฒนะจันทรกุล

คริสตจักรของพระเยซูคริสต์ได้ก่อตั้งขึ้นที่กรุงเยรูซาเล็ม โดยที่เหล่าสาวก และสมาชิกของคริสตจักรเปี่ยมล้นด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์พร้อมกับดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณ ทุกคนต่างขะมักเขม้นฟังคำสอนของ อัครทูต ในการอธิษฐาน ในการร่วมสามัคคีธรรมทุกวันๆ ทั้งที่พระวิหาร และตามบ้านด้วยใจชื่นชมยินดี สาวกและสมาชิกทุกคนร่วมชีวิต หลอมจิตรวมใจ และร่วมมือกันทำงานอย่างมีเอกภาพ ประสิทธิภาพ และสันติสุข ที่สำคัญนั้นคือ ทุกคนในคริสตจักรยำเกรง ยกย่อง และถวายพระเกียรติแด่พระเจ้าด้วยความจริงใจ พร้อมกับยกพระเยซูคริสต์เป็นประมุขของคริสตจักรแต่เพียงผู้เดียว พระเจ้าได้เพิ่มพูนพระพรแก่คริสตจักรให้เจริญขึ้นทั้งปริมาณ และคุณภาพโดยโปรดให้คนทั้งหลายซึ่งกำลังจะรอดมาเข้าเป็นสาวกและเป็นสมาชิกคริสตจักรเพิ่มขึ้นทุกวันๆ  โดยการทรงนำของพระวิญญาณบริสุทธิ์ เหล่าอัครฑูตและสมาชิกคริสตจักรได้รักกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เข้มแข็ง และร้อนรนในการทำพันธกิจสามอย่างคือ

1. ประกาศพระวจนะของพระเจ้าอย่างกล้าหาญว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย”    นี่เป็นสาระเดียวที่ทุกคนในคริสตจักรเชื่อวางใจ เป็นพยาน และบอกเล่าให้แก่คนทั้งหลายได้รู้ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ หรือไปที่ไหน

2. ปกป้องพระกิตติคุณด้วยชีวิต สมาชิกคริสตจักรได้ยืนหยัดบนความเชื่อเดียวโดยคิด พูด และทำทุกอย่างที่แสดงออก และสะท้อนว่า “พระเยซูคริสต์ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย และทรงพระชนม์อยู่กับ  พวกเขาตลอดไป” ทุกคนต่างพร้อมและยินดีที่จะรับการข่มเหง ทนทุกข์ และตายเพื่อพระเยซูคริสต์อย่างกล้าหาญ

3.ปฏิบัติตามพระวจนะของพระเจ้าอย่างเคร่งครัด สมาชิกคริสตจักรได้เอาสิ่งที่ได้ศึกษาและเรียนรู้จากพระวจนะมาเป็นวิถีแห่งการดำเนินชีวิตประจำวันของเขา ทุกคนเชื่อและเข้าใจว่า พระวาทะของพระเยซูนั้นเป็นอาหารสำหรับชีวิตจิตวิญญาณ เป็นประทีปส่องทางชีวิต และเป็นบรรทัดฐานเดียวของชีวิตแห่งการเป็นสาวกของพระองค์ที่ต้องเชื่อฟัง และปฏิบัติตามอย่างเป็นชีวิตจิตใจ

พระเจ้าชอบพระทัยพิธีกรรม พฤติกรรม และพันธกิจของอัครฑูตและสมาชิกคริสตจักร จึงได้เพิ่ม   สง่าราศี และพระพรมากมายแก่คริสตจักรเยรูซาเล็มให้เจริญขึ้นอย่างรวดเร็วทั้งปริมาณและคุณภาพ เมื่อไหร่พระเจ้าอวยพระพร เมื่อนั้นมารซาตานจะปฏิบัติการร้ายทันทีด้วยการต่อต้าน ใส่ร้าย และมุ่งทำลายผู้นำ     และสมาชิกคริสตจักรทั้งต่อหน้าและลับหลังอย่างเป็นกระบวนการ มารซาตานตั้งตัวเป็นศัตรูของพระเจ้าตั้งแต่เริ่มสร้างโลก โดยพยายามทำลายประชากร พระบุตร และงานของพระผู้สร้าง มารทดลองพระเยซูทุกอย่าง  แต่ไม่สำเร็จ มันจึงหันเป้ามาทำลายคริสตจักรซึ่งเป็นพระกายของพระองค์ มารซาตานใช้ผู้มีอำนาจทางศาสนาและการเมือง จ่ายเงินจ้างทหารปล่อยข่าวลือเรื่องการเป็นขึ้นจากตายของพระเยซูว่า “พวกสาวกของเขามาลักเอาพระศพไปในเวลากลางคืนเมื่อเรานอนหลับอยู่” (มัทธิว 28.13-14) พระเยซูทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย ได้ปรากฏแก่เหล่าสาวก และบัญชาให้พวกเขาออกไปเป็นพยานฝ่ายพระองค์ในกรุงเยรูซาเล็ม ทั่วแคว้นยูเดีย แคว้นสะมาเรีย และจนถึงที่สุดปลายแผ่นดินโลก (กิจการ 1.8) ทุกแห่งที่มีการประกาศความจริงเรื่องพระเยซูเป็นขึ้นมาจากความตาย มีคนทิ้งความเชื่อเดิม และพระเจ้าได้นำคนประมาณห้าพันคนกลับใจมาเป็นสาวกของพระเยซูกัน เหตุการณ์นี้ได้สร้างความไม่พอใจ อิจฉา และโกรธแค้นแก่ผู้นำศาสนาเป็นอย่างที่สุด ดังนั้นพวกเขาจึงใช้สภาซันเฮดรินซึ่งเป็นสภาทางศาสนามาเป็นเครื่องมือเล่นงานพวกอัครฑูตและคริสตจักร โดยสั่งจับเปโตรและยอห์นขังคุก เมื่อหาความผิดไม่ได้จึงขู่เข็ญห้ามทำการใดๆ ในนามของพระเยซู แล้วปล่อยตัวไป

มารซาตานยังใช้คนต่างชาติ และผู้มีอำนาจทางการเมืองจัดการกับคริสตจักรในข้อหากบฏต่ออาณาจักรโรมันเพราะไม่เชื่อว่า “ซีซาร์เป็นพระเจ้า” แต่กลับเชื่อว่า “พระเยซูคริสต์เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า” ยิ่งศัตรูภายนอกข่มเหง กล่าวหา ทำร้าย ทำลายหนักมากเท่าใด คริสตจักรยิ่งเข้มแข็ง รักกัน และผนึกกำลังกันต่อสู้ด้วยการอธิษฐานอย่างร้อนรน  เมื่อศัตรูภายนอกทำอะไรคริสตจักรไม่ได้ มารซาตานจึงหันมาใช้คนในคริสตจักรเป็นศัตรู

ทำลายคริสตจักรเสียเอง ใช้เปโตรห้ามพระเยซูไม่ให้ทำตามพระทัย และปฏิเสธพระองค์สามครั้ง (มัทธิว 16.21-23, 26.69-75) ใช้ยูดาสอิสคาริโอททรยศขายพระองค์ในราคาสามสิบเหรียญเงิน(มัทธิว 26.14-16) ครั้งนี้มันได้ใช้สมาชิกในคริสตจักรสองคน คืออานาเนียกับภรรยาชื่อสัปฟีราสมรู้ร่วมคิด และร่วมใจกันมุสาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ (กิจการ5.1-11) ผลลัพท์คือทั้งสองตายในทันทีทันใด

ปัจจุบันนี้มารซาตานยังคงปฏิบัติการร้ายอยู่ โดยใช้ทุกคนที่ยอมก้มหัวให้มันไม่ว่าจะเป็นสามัญชน    หรือคนที่มีอำนาจ อิทธิพล และชื่อเสียงทางศาสนา การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และผู้มีความรู้ทางการศึกษาสูงซึ่งมีอยู่จำนวนมากที่อยู่ในและนอกคริสตจักรเป็นศัตรูทำร้าย และทำลายคริสตจักรของพระเยซูคริสต์เสียเอง  อัครฑูตเปโตรได้เตือนสติคริสตจักร และบรรดาผู้เชื่อวางใจในพระเจ้าทุกยุคทุกสมัยว่า “ท่านทั้งหลายจงสงบใจ จงระวังระไวให้ดี ด้วยว่าศัตรูของท่านคือมารวนเวียนอยู่รอบๆ ดุจสิงห์คำรามเที่ยวไปเสาะหาคนที่มันจะกัดกินได้ จงต่อสู้กับศัตรูนั้นด้วยใจมั่นคงในความเชื่อ” (1 เปโตร 5.8, 9ก)

ศัตรูของคริสตจักรจากภายนอกเรายังพอมีทางที่จะรู้ เห็น ป้องกัน และรับมือได้ แต่ที่แฝงตัวอยู่ในคริสตจักรนั้นยากที่เราจะรู้ หากเรามีความยำเกรงพระเจ้า พระองค์จะประทานพระปัญญาให้แก่เราที่สามารถหยั่งรู้ว่าใครคือศัตรูของคริสตจักร และถ้าเราดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์จริง พระองค์ก็จะช่วยเราให้รู้จักศัตรูที่อยู่ในคริสตจักรได้ โดยพวกเขาจะมีบุคลิก ลักษณะ และพฤติกรรมดังนี้

1. ใส่หน้ากากปกปิดความชั่วร้าย และความผิดบาปของตัวเองเสมอ โดยแสร้งคิด พูด และทำสิ่งดี ต่อหน้าแต่แฝงด้วยเจตนาร้าย หรือมีวาระซ่อนเร้น พระเยซูขนานนามพวกนี้ว่า “คนหน้าซื่อใจคด”  (มัทธิว 23.1-36) ซึ่งได้แก่ผู้นำทางศาสนานั่นเอง พระเยซูตรัสว่า “ท่านทั้งหลายจงระวังผู้เผยพระวจนะเท็จ ที่มาหาท่านนุ่งห่มดุจแกะ แต่ภายในเขาร้ายกาจดุจหมาป่า” (มัทธิว7.15) เราเรียกคนพวกนี้ว่าคนหน้าไหว้หลังหลอกนั่นเอง

2. ใส่เสื้อศพตลอดเวลา คือคนที่สวมวิสัยมนุษย์เก่าเมื่อครั้งยังเป็นคนบาปอยู่ทั้งๆ ที่กลับใจรับบัพติศมาแล้วแต่ชีวิตเต็มด้วยการล่วงประเวณี การโสโครก ราคะตัณหา ความปรารถนาชั่ว ความโลภ….ความโกรธ  ความขัดเคือง การคิดปองร้าย การพูดให้ร้าย คำพูดหยาบโลน และมุสา (โคโลสี 3.5-9)  ชีวิตประจำวันจะมีแต่การงานของเนื้อหนังมากกว่ามีผลของพระวิญญาณตามที่อัครฑูตเปาโลกล่าวแก่พี่น้องในคริสตจักรกาลาเทีย (5.16-23)

3. ใส่ใจสิ่งของที่อยู่แผ่นดินโลกนี้มากกว่าสิ่งที่อยู่เบื้องบน(สวรรค์) นั่นคือให้ความสำคัญ ยกย่อง เทิดทูน และโอ้อวดตัว ตลอดจนยกผู้ที่มีภูมิหลังดี มีปริญญาบัตรหลายใบ มีหน้าตา ชื่อเสียง เกียรติ บารมี ศักดิ์ศรี อำนาจ ยศถาบรรดาศักดิ์ ตำแหน่ง ทรัพย์สินเงินตรา มั่งคั่งทางเศรษฐกิจ ร่ำรวยด้านสังหาริมทรัพย์ และอสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ ครั้งหนึ่งอัครฑูตเปาโล เคยลุ่มหลง บูชา เสาะแสวงหา และติดยึดสิ่งดังกล่าวอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แต่เมื่อท่านได้รู้จักพระคริสต์แล้วจึงกลับใจใหม่ มีความคิดความเข้าใจ และสายตาใหม่ว่าพระเยซู  มีค่ายิ่งกว่าทุกสิ่งในโลกนี้ ท่านจึงพูดใหม่ว่า“สิ่งใดที่เคยเป็นคุณประโยชน์แก่ข้าพเจ้า  ข้าพเจ้าถือว่าสิ่งนั่นไร้ประโยชน์แล้วเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ ที่จริงข้าพเจ้าถือว่าสิ่งสารพัดไร้ประโยชน์ เพราะเห็นแก่ความประเสริฐแห่งความรู้ถึงพระเยซูคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า เพราะเหตุพระองค์ ข้าพเจ้าจึงได้ยอมสละสิ่งสารพัด และถือว่าสิ่งเหล่านั้นเป็นเหมือนหยากเยื่อ เพื่อข้าพเจ้าจะได้พระคริสต์” (ฟีลิปปี 2.7-8)

วันนี้ให้เราสำรวจตรวจสอบชีวิต ความคิด คำพูด และการกระทำของเราแต่ละคนด้วยความจริงใจ และสัตย์ซื่อว่า บุคลิกและลักษณะแห่งการเป็นศัตรูของคริสตจักรดังกล่าวมีอยู่ในชีวิตของเราจริงหรือไม่ ถ้ามีจริง   ให้เราสารภาพผิดต่อพระเจ้าด้วยใจถ่อม สำนึกผิดและเสียใจอย่างแท้จริง แล้วกลับใจใหม่พร้อมกัน อธิษฐานขอพระองค์สวมวิสัยมนุษย์ใหม่คือสวมเสื้อแห่งพระคุณ แทนเสื้อศพ และนำเรากลับคืนดีกับพระองค์ กับพี่น้องร่วมความเชื่อในคริสตจักร แทนการเป็นศัตรูอย่างที่ผ่านไป

เพื่อเห็นแก่พระเยซูคริสต์พระผู้สร้าง พระประมุข และพระผู้ช่วยให้รอดของคริสตจักร ให้เรากลับมาเป็นสาวกที่จงรักภักดี และสัตย์ซื่อของพระองค์ พร้อมกับมอบกายถวายชีวิตและจิตวิญญาณของเราเป็นเครื่องมือของพระคริสต์ในการขยายคริสตจักรของพระองค์ให้กว้างไกล เพื่อพระองค์จะได้มีคริสตจักรที่มีสง่าราศี ไม่มีตำหนิริ้วรอย หรือมลทินใดๆ เลย แต่บริสุทธิ์ปราศจากตำหนิ (เอเฟซัส 5.27) อย่างที่ทรงประสงค์

ยินดีต้อนรับพี่น้องทุกท่านที่มานมัสการ และร่วมมหาสนิทด้วยกันในเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นอาทิตย์มหาสนิทสากล และเป็นวันแรกของเทศกาลพระบิดา โปรดอยู่ร่วมการนมัสการ ศึกษาพระวจนะ และพันธกิจตลอดทั้งวันนี้…และขอต้อนรับ นายแพทย์จอห์น กุยเยอร์ อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ที่กลับมาเยี่ยมเยียนชาวแมคคอร์มิค และมาร่วมนมัสการพระเจ้ากับเราในรอบที่ 2 ขอพระเจ้าอวยพรคริสตจักรของพระองค์ %%%  

สามัคคีธรรม คณะกรรมการแผนกฉันทะภาระและสมาชิกสัมพันธ์ ขอเชิญพี่น้องทุกท่านร่วมนมัสการขอบพระคุณพระเจ้า ในบ่ายวันนี้เวลา 16.30 น. ณ ห้องจันทร์เป็งฯ อาคารพันธกิจ  %%%

ร่วมยินดี คริสตจักรฯ ขอแสดงความยินดีกับคุณกาญจนา ใจเสาร์ดี ที่พระเจ้าประทานบุตรชาย ด.ช.กันต์วิชญ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ขอพระเจ้าอวยพรหนูน้อยเติบโตขึ้นสู่ความไพบูลย์ในพระเยซูคริสต์ทุกวัน  %%% 

คริสเตียนศึกษา ขอเชิญผู้ปกครองนักเรียนรวีวารศึกษาทุกท่านร่วมนมัสการ

พระเจ้าเนื่องในโอกาสเปิดภาคเรียนที่ 2 และพบปะครูรวีฯ ในเช้าวันนี้เวลา 10.45 น. ณ ห้องจันทร์ตา อาคารเอกสัมพันธ์  %%%

ไปแจกใบปลิว ในบ่ายวันนี้ เวลา 14.30 น. ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ไปร่วมแจกใบปลิว ประกาศข่าวดีและสำแดงความรักของพระเจ้าร่วมกัน พบกันที่ห้องจันทร์เป็งฯ อาคารพันธกิจ  หลังจากนั้นจะไปแจกใบปลิวที่ตลาดวโรรส

(กาดหลวง)  %%% 

ประชุม ขอเชิญประธานคณะมัคนายก และประธานแผนกต่างๆ ร่วมประชุมปรึกษาและรายงานพันธกิจ ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 09.00-12.00 น. ณ ห้องพันธกิจ  %%% 

อาลัยรัก ขอพระเจ้าทรงชูกำลังและเล้าโลมใจครอบครัวคุณทิวาพร ตังประเสริฐผล ในการล่วงหลับไปของท่าน เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา และจะมีพิธีฌาปนกิจในวันอังคารที่ 6 ตุลาคม ณ บ้านร่มหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่  %%% 

ซ่อมแซมโบสถ์ ขอเชิญชวนสมาชิกคริสตจักรที่หนึ่งเชียงใหม่ และผู้มีพันธะใจ รับสัญญาถวาย-ร่วมมอบถวายทรัพย์ และอธิษฐานเผื่อการซ่อมแซมพระวิหาร ที่กำลังทรุดโทรมตามกาลเวลา  %%%

บัตรสมาชิกสุขภาพ สมาชิกท่านใดที่ยื่นทำบัตรสมาชิกสุขภาพของโรงพยาบาลแมคคอร์มิค ติดต่อขอรับบัตรได้ที่สำนักงานคริสตจักรฯ  %%% 

สตรีภาค 1 คณะกรรมการสตรีคริสเตียน คริสตจักรภาคที่ 1 จะจัดการประชุมประจำปีคณะสตรีคริสเตียนจากคริสตจักรต่างๆ สังกัดคริสตจักรภาคที่ 1 ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 08.00-16.00 น. ณ ห้องจันทร์เป็งฯ อาคารพันธกิจ  %%% 

แมคคอร์มิค โรงพยาบาลแมคคอร์มิค จะจัดพิธีมอบทุนการศึกษาแก่บุตรของบุคลากรโรงพยาบาล จำนวน 267 ทุน โดยมีผู้อำนวยการ ผู้จัดการ และกรรมการบริหารโรงพยาบาลให้เกียรติมอบทุน ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 09.00 น. ณ อาคาร 95 ปี  %%% 

เสียงสันติ สื่อมวลชนเสียงสันติ ขอเชิญร่วมฉลองครบรอบ 44 ปี และมอบถวายอาคารบันทึกเสียงใหม่ ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 10.00-12.00 น. ณ อาคารสื่อมวลชนเสียงสันติ  %%%

อบรมสัมมนา ชมรมผู้ปกครองคริสตจักรภาคที่ 1 ร่วมกับคริสตจักรภาคที่ 1 เชียงใหม่ จัดอบรมสัมมนาเรื่อง “การพัฒนาเสริมสร้างชีวิตคริสตจักร” ในวันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2009 เวลา 08.00-19.00 น. ณ คริสตจักรนานาชาติล้านนา พี่น้องท่านใดสนใจเข้าร่วมติดต่อได้ที่ ผป.วิสันต์ สุวรรณรัตน์ โทร.081-8855019  %%%

กำลังใจ โปรดเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และอธิษฐานเผื่อพี่น้องในพระคริสต์ที่เจ็บป่วย ที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และที่โรงพยาบาลซึ่งคริสตจักรทราบดังนี้ โรงพยาบาลแมคคอร์มิคมี คุณนงลักษณ์ แสนคำ (ตึก HN3 384) คุณแสงอ่อน ศรีวรรณ (ตึก HN3 393) ศจ.บุญศรี กลิ่นหอม (ICU 02) คุณบูเดอะ มาเยอะ (ตึก M1 12) คุณอังคณารัตน์ สุวรรณา (ตึก O2 201) คุณนคเรศ ศรีคำ (ตึก O3 306) คุณณัฐวุฒิ สุทธิพันธุ์สิริ (ตึก PA6 1619) ด.ช.นรวิชญ์ หยกลักษณะไพร (ตึก O3 302) ด.ญ.แสงระวี สพอสนิท (ตึก PA4 1409) ด.ญ.พิมพ์มาดา ชัยบัตร์ (ตึก PA5 1519)  %%%

“แต่ท่านจงหนักแน่นมั่นคง

จงอดทนต่อความทุกข์ยากลำบาก

จงทำหน้าที่ของผู้ประกาศข่าวประเสริฐ

และจงกระทำพันธบริการของท่านให้สำเร็จ”

อ่านต่อ »

โดย ศจ.ปรินดา  มะโนวงศ์

ในชีวิตของเราทุกคนที่เชื่อวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้านี้ เราทุกคนคงไม่ปฏิเสธว่าเราได้รับความเชื่อ ได้รับโอกาสให้ได้รู้จักกับพระเยซู ผ่านผู้คนมากมาย เราหลายๆ คนต้องขอบคุณพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย หรือแม้แต่  ลุง ป้า น้า อา พี่ น้อง หลายคนต้องขอบคุณเพื่อน สามี หรือภรรยา แม้แต่ลูก หลายคนสนใจเรื่องราวของ  พระเยซูผ่านใบปลิวที่มีผู้จัดทำขึ้น ผ่านพระคัมภีร์ที่วางอยู่ตามสถานที่ต่างๆ หรือวรรณกรรมคริสเตียนที่นำเสนอหลักการเลี้ยงลูกแบบคริสเตียน และไม่ใช่แค่เพียงคริสเตียนไทยด้วยกัน พี่น้องคริสเตียนต่างชาติทั่วโลก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งได้ส่งผ่านความเชื่อในพระเยซูให้กับเรา มันเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอดมากเมื่อข้าพเจ้าคิด และขอบพระคุณพระเจ้าสำหรับผู้คนและเครื่องมือต่างๆ ที่เป็นสื่อในการประกาศพระนามพระองค์ ด้วยเหตุที่เราได้รับแผ่นดินของพระเจ้าเช่นนี้ เราจึงสามารถที่จะเข้าใจได้ว่าสิ่งสำคัญที่สุดที่เราสามารถทำให้กับแผ่นดินของพระเจ้าได้ก็คือ   การเปิดทาง การให้โอกาสผู้อื่นได้ต้อนรับพระเยซูคริสต์เจ้า เหมือนกับที่เราได้รับมาแล้ว ในปลายปีนี้เราจะมีโอกาสพิเศษที่จะเปิดทางเพื่อช่วยญาติพี่น้อง เพื่อนและเพื่อนบ้านของเราต้อนรับพระคริสต์ ผ่านโครงการ “ยังมีหวัง” โดยเราจะเรียนรู้จากชีวิตของมัทธิวที่ได้นำข่าวประเสริฐไปสู่เพื่อนของเขา

อุปสรรคในการประกาศข่าวประเสริฐ

ก่อนสิ่งอื่นใดให้เรามาสังเกตว่า แม้ว่าเราจะคิดว่าการประกาศหรือเปิดโอกาสให้คนได้รู้จักพระคริสต์เหมือนกับที่เราได้รับนั้นสำคัญ แต่มีความคิดที่เป็นอุปสรรค เช่น

  • “บางคนบาปหนาเกินกว่าจะรับการอภัยจากพระเจ้า” หรือ
  • “ผู้คนไม่สนใจข่าวประเสริฐและพวกเขาก็จะไม่ตอบสนองแน่” หรือ
  • “ตัวเราเองไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อการประกาศ ไม่มีของประทานในการประกาศ มันยากเกินกว่าที่จะทำได้” หรือ
  • “หากว่าพวกเขาไม่ตอบสนอง ไม่ต้อนรับพระเยซู ฉันจะต้องโดนวิจารณ์ อับอายขายหน้าแน่”

เรื่องราวของมัทธิวในเช้าวันนี้ ตอบปัญหาและแก้ไขความคิดที่เป็นอุปสรรคเหล่านี้

1. “บางคนบาปหนาเกินกว่าที่จะรับการอภัยจากพระเจ้า”

ก่อนที่มัทธิวจะตัดสินใจติดตามพระเยซูคริสต์ เขาเป็นคนเก็บภาษีมาก่อน อาชีพนี้ไม่น่าจะมีอะไรผิดปกติ   แต่สำหรับในสมัยนั้นการประกอบอาชีพนี้หมายความว่า เขาหลงไปจากความเชื่อของบรรพบุรุษ เขาทรยศพี่น้องด้วยการมาเป็นคนเก็บภาษีของรัฐบาลโรมที่กดขี่ข่มเหงคนยิว เขาทรยศเพื่อนร่วมชาติของเขาด้วยการเก็บภาษีเกินพิกัด เขาดำเนินชีวิตในความบาป สุงสิงอยู่กับพวกคนที่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนบาป เขาสมควรจะเป็นคนที่คิดเกี่ยวกับตนเองว่า “บาปหนาเกินอภัย” และผู้คนก็ต้องคิดว่าเขา “บาปหนาเกินอภัย” แต่พระเยซูทรงสำแดงให้เห็นว่าพระองค์ห่วงใยเขา แม้ว่าเขาจะเลือกกระทำบาปและดำเนินชีวิตในความบาป พระองค์ทรงรักเขา ยอมรับเขา ไปบ้านเขา รับประทานอาหารกับเขา และเรียกเขาให้ติดตามพระองค์ เช่นเดียวกันพี่น้องที่รัก เมื่อเราคิดถึงตนเอง คิดถึงผู้คนรอบข้าง เราอาจคิดเช่นนั้น แต่พระเยซูทรงรักคนบาป พระองค์ไม่ประสงค์ให้ผู้หนึ่งผู้ใดพินาศไป    และพระองค์เองเสด็จมาในโลกเพื่อคนบาป

2. “ผู้คนไม่สนใจข่าวประเสริฐและพวกเขาก็จะไม่ตอบสนองแน่”

เมื่อมัทธิวต้อนรับพระเยซูเข้าชายคาบ้านเขา สิ่งที่มัทธิวทำหลังจากนั้นคือเชิญชวนเพื่อนคนบาปด้วยกันมาที่บ้านของเขา คนยากจน ทาส คนตาบอด คนที่ถูกเหยียดหยาม พวกเขารับประทานอาหารกับพระเยซู เมื่อเขาจัดโอกาส เปิดโอกาส พระเยซูทรงรู้ว่าจะสัมผัสกับจิตวิญญาณที่ปวดร้าวเหล่านั้นอย่างไร ในการประกาศ        เราเพียงแต่จัดเตรียมโอกาส เล่าข่าวประเสริฐ พระวิญญาณของพระเจ้าจะเคลื่อนไหวในจิตใจของคนเหล่านั้นเอง

3.  ตัวเราเองไม่ได้ถูกฝึกมาเพื่อการประกาศ ไม่มีของประทานในการประกาศ มันยากเกินกว่าที่จะทำได้”

มัทธิวใช้สิ่งที่เขามีเพื่อแนะนำพระเยซูคริสต์ให้แก่เพื่อนๆ ของเขา ไม่ว่าจะเป็นบ้านของเขา อาหารของเขา ความสัมพันธ์ที่เขามีกับเพื่อนๆ ทั้งหลายของเขา และความสัมพันธ์ที่เขามีกับพระเยซู มัทธิวแบ่งปันสิ่งที่เขาพบในพระเยซูกับผู้อื่น เขาสำแดงคำพยานเพื่อพระคริสต์อันเปี่ยมด้วยพลังเมื่อเขาเล่าให้คนอื่นฟังว่าเขาพบพระคริสต์ได้อย่างไร มัทธิวใช้สิ่งที่เขามี บอกสิ่งที่เขารู้ เล่าสิ่งที่เขาพบ ไม่มีอะไรมากกว่านั้น พี่น้องเราไม่แบ่งปันในสิ่งที่เราไม่มี เราไม่บอกในสิ่งที่เราไม่รู้ และเราไม่เล่าในสิ่งที่เราไม่พบ เรามีพระเยซู เรารู้จักพระองค์ และเราได้พบพระองค์แล้ว

4.   “หากว่าพวกเขาไม่ตอบสนองต่อข่าวประเสริฐ ไม่ต้อนรับพระเยซู ฉันจะต้องโดนวิจารณ์ อับอายขายหน้าแน่”

มัทธิวเองมีความสุขมากที่ได้เป็นสาวกของพระเยซู เขาจึงจัดงานเลี้ยงขึ้นและชวนทุกคนมา เขาถูกวิพากษ์วิจารณ์แต่การกระทำของเขาเกิดผลยิ่งใหญ่ พระเยซูกลายเป็นศูนย์กลางของการสนทนาในงานเลี้ยง    คนบาปได้รับการอภัยและชีวิตนิรันดร์เพราะพวกเขายอมรับความบาปผิดของตนและเชื่อพระเยซู ผู้เชื่อใหม่พบปะกับสาวกคนอื่นๆ ของพระคริสต์และเติบโตขึ้นในความเชื่อ มัทธิวเองเติบโตขึ้น และท้ายที่สุดคนที่วิพากษ์วิจารณ์เงียบเสียงลง และพระกิตติคุณมัทธิวก็เกิดขึ้น

ชีวิตของมัทธิว ยืนยันว่าไม่ว่าเราจะมีความคิดใดเป็นอุปสรรค เราก็ยังสามารถทำเพื่อแผ่นดินของ   พระเจ้าได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นนักเทศน์ที่ยิ่งใหญ่หรืออาจารย์สอนพระคัมภีร์ และรายการ “ยังมีหวัง” ที่จะเกิดขึ้นในเดือนธันวาคมนี้ จะช่วยเรา เพียงแต่เชิญเพื่อนมาที่บ้านของเรา ต้อนรับพวกเขาในสิ่งที่เรามี และให้พวกเขาชมและฟังข่าวประเสริฐของพระเยซูจากรายการโทรทัศน์ และบอกกับพวกเขาว่า เราพบกับพระเยซูได้อย่างไร     พ่อแม่พี่น้องที่รัก โดยภาพรวมทั้งหมด เราจะมีแนวทางในการปฏิบัติต่อไปนี้

  1. ให้เรามองไปรอบ ๆ ดูผู้คนรอบตัวเรา คนในครอบครัว เพื่อน เพื่อนบ้าน เพื่อนร่วมงานที่ยังไม่รู้จักกับพระเยซู ที่ต้องการพระองค์ เขียนชื่อพวกเขาไว้ในการ์ดคำอธิษฐาน
  2. มองไปเบื้องบน เริ่มต้นอธิษฐานทุกวันเพื่อคนที่อยู่ในรายชื่อของเรา ทูลขอพระเจ้าที่จะประทานโอกาสแก่เราในการแบ่งปันความหวังที่เรามีในพระคริสต์ อธิษฐานขอพระเจ้าตรัสกับพวกเขาเพื่อพวกเขาจะรู้สึกหิวกระหายจะรู้จักกับพระเยซูและพระพรแห่งความรอดของพระองค์
  3. มองหาโอกาส โอกาสที่จะสร้างมิตรภาพที่ดีกับคนเหล่านั้น แสดงให้พวกเขาเห็นว่าเราห่วงใย สนใจพวกเขาอย่างแท้จริง หาโอกาสแบ่งปัน หาโอกาสช่วยเหลือ
  4. มองงานรับใช้ ในที่สุดเมื่อใกล้วันที่กำหนด เชิญคนที่มีรายชื่อมาที่บ้าน อาจเป็นการรับประทานอาหารหรือของว่างด้วยกัน และดูรายการ “ยังมีหวัง” ด้วยกัน ให้พวกเขารู้สึกเป็นกันเองที่บ้านของเรา สร้างบรรยากาศการดูรายการ “ยังมีหวัง” โดยปราศจากการหันเหความสนใจ และหลังจากจบรายการ   เราจะเป็นพยานสั้น ๆ เพื่อให้เพื่อน ๆ ที่รับเชิญมานั้นรู้ว่า เราต้อนรับพระคริสต์เข้ามาในชีวิตได้อย่างไร และนำพวกเขาอธิษฐานขอพระพรง่าย ๆ เพื่อต้อนรับพระเยซูคริสต์เข้ามาในชีวิต
  5. มองตามใกล้ชิด หลังจากนั้น คอยติดตามเพื่อพัฒนาความเชื่อของผู้เชื่อใหม่เหล่านี้ สอนให้แต่ละคนอธิษฐาน อ่านพระคัมภีร์ ศึกษาพระคัมภีร์ เชิญมาร่วมนมัสการที่คริสตจักร เพื่อแต่ละคนจะเติบโตและมีชีวิตใหม่กับพระคริสต์

คริสตจักรของเราจะจัดโอกาสนี้ด้วยเช่นกัน เพื่อตอบสนองต่อพี่น้องที่ไม่สะดวกในการเปิดบ้าน ในการต้อนรับ หรืออื่นๆ รายละเอียดต่างๆ จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะๆ ต่อไป ให้เรามาเป็นมัทธิว เอาชนะความคิดที่เป็นอุปสรรคต่างๆ และเตรียมตัวเป็นส่วนหนึ่งในการขยายแผ่นดินของพระเจ้าด้วยกัน

ออกแบบเว็บแบบนี้ด้วย WordPress.com
เริ่มต้น